เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลัง ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้กับซีซั่นที่แล้ว

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนำโด่งเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก มี 37 คะแนนจาก 13 นัด (ชนะ 12 เสมอ 1) ทิ้ง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ถึง 8 คะแนน และทิ้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า ไปแล้ว 9 แต้ม

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ อย่างไรก็ตาม จุดที่สร้างความกังวลใจเล็กๆ ให้กับแฟนบอล “หงส์แดง” คือเรื่องเกมรับที่เสียประตูมาตลอดทุกนัดในช่วงหลัง ส่งผลให้ซีซั่นนี้เสียไปแล้วถึง 11 ลูก ต่างกับฤดูกาลก่อนที่ 13 เกมแรก โดนเจาะตาข่ายไปแค่ 5 ลูกเท่านั้น

แทงบอลออนไลน์

หนึ่งในเหตุผลที่แนวรับ ลิเวอร์พูล ไม่ได้แข็งแกร่งเป็นภูผาหินเหมือนซีซั่นที่แล้ว รวมทั้งเก็บคลีนชีตได้แค่ 2 นัดในเกมพบ เบิร์นลี่ย์ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด อาจเป็นเพราะ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์ ผลงานตกไปจากฤดูกาลก่อน แม้เวลานี้ยังถือเป็นกองหลังระดับโลกก็ตาม

คะแนนความสามารถ

เมื่อซีซั่นที่แล้ว ฟาน ไดค์  มีค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถจากเว็บไซต์วูสกอร์อยู่ที่ 7.44 ต่อเกม ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของทีม แพ้แค่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แค่คนเดียวเท่านั้น

ขณะที่ฤดูกาลนี้ ฟาน ไดค์ มีค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถอยู่ที่ 7.26 ต่อเกม รั้งอันดับ 7 ของทีมเป็นรองทั้ง โฌแอล มาติป, ซาดิโอ มาเน่, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และ โม ซาลาห์

 เข้าสกัดและผ่านบอล

ฟาน ไดค์ เข้าสกัดสำเร็จเฉลี่ย 0.8 ครั้งต่อเกมในฤดูกาลนี้ ขณะที่ซีซั่นก่อนทำได้เฉลี่ย 1 ครั้งต่อเกม

ส่วนการผ่านบอล ฟาน ไดค์ จ่ายสั้นไม่ตรงเป้า 5.8 ครั้งต่อเกม จ่ายยาวไม่ตรงเป้า 4 ครั้งต่อเกมในฤดูกาลนี้ ขณะที่ซีซั่นก่อนจ่ายสั้นไม่ตรงเป้า 4.9 ครั้งต่อเกม จ่ายยาวไม่ตรงเป้า 3.3 ครั้งต่อเกม

นอกจากนั้น ฟานไดค์ ยังผ่านบอลแม่นยำน้อยลงไปด้วย โดยซีซั่นก่อนจ่ายบอล 74.8 ครั้งต่อเกม มีความแม่นยำ 89.7 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ฤดูกาลนี้จ่ายบอล 79.9 ครั้งต่อเกม มีความแม่นยำลดมาเหลือที่ 86.9 เปอร์เซ็นต์

ทำฟาวล์
ฤดูกาลนี้กองหลังดัตช์ ทำฟาวล์เฉลี่ย 0.5 ครั้งต่อเกม เพิ่มจากซีซั่นก่อนที่ทำฟาวล์เฉลี่ย 0.3 ครั้งต่อเกม